Review : APS-C 35mm F/1.6 รุ่นท้ายตรง ไม่ต้องแปลง

ในหมู่ของเลนส์มือหมุนนั้นยุคใหม่นั้น เลนส์ APS-C 35mm F/1.6 คือหนึ่งในเลนส์ที่ได้รับความนิยมสูงมาก จากความพอดีในการถ่ายคนละลายหลังสวยๆ ที่ถอยไม่เยอะเท่า 50mm ทำให้เลนส์มือหมุน APS-C 35mm F/1.6 ตัวนี้ได้เปรียบในแง่ของความสะดวกในการใช้งานมากกว่า

และในตอนนี้ เลนส์ APS-C 35mm F/1.6 ได้มีรุ่นใหม่ออกมา ซึ่งจากเลนส์ที่มีท้ายเลนส์ C-mount ได้กลายเป็นเลนส์ที่มีท้ายเลนส์เมาท์เดียวกับกล้อง ทำให้ไม่ต้องต่อ Adapter ซึ่งให้ความสะดวกสบายกับผู้ใช้มากกว่า

APS-C 35mm F1.6 เมาท์ตรง ไม่ต้องแปลง

ส่วนหน้าตาจะเป็นยังไง ภาพที่ได้จะออกมาแบบไหน เลื่อนลงไปดูด้านล่างได้เลย 😉

สเปคตัวเลนส์

  • รองรับเซ็นเซอร์รับภาพขนาด APS-C และ M4/3
  • ทางยาวโฟกัส 35mm
  • รูรับแสง 1.6 – 16
  • ม่านรูรับแสง 12 เบลด
  • กระบอกเลนส์ทำจากโลหะและพลาสติก
  • ขนาดฟิลเตอร์ 49mm
  • โฟกัสใกล้สุด 18ซม.
  • ขนาดตัวเลนส์  สูง 4.8ซม. เส้นรอบวง 19.2ซม.
  • น้ำหนัก 207 กรัม
  • เมาท์เลนส์ที่มี Sony E , Fujifilm X , Canon EF-M , M4/3(Olympus , Panasonic)
  • บอดี้เลนส์สีดำ

ดูจากสเปคแล้ว นี่คือเลนส์มือหมุนสำหรับกล้อง Mirrorless เท่านั้น ใส่กับกล้อง DSLR ไม่ได้ และเป็นเมาท์ตรงๆ ไม่ใช่เลนส์ C-mount ทำให้เราสามารถใส่เลนส์เข้ากับกล้องได้ทันทีโดยไม่ผ่าน Adapter ลดความยุ่งยากไปได้อีกเรื่อง

เราจะเห็นเลนส์ APS-C ในท้องตลาดใช้ท้ายแบบเลนส์ C-mount ซึ่งไม่เหมือนกับในรีวิวนี้ที่เป็นเมาท์ตรง ถือว่าเป็นคนละตัวกันนะครับ

ตัวเลนส์ทางยาวโฟกัส 35mm เหมาะกับการถ่ายเก็บบรรยากาศตรงหน้าอย่างการถ่ายสตรีท ถ่ายคนละลายหลังได้ดีด้วยรูรับแสง F/1.6 รวมถึงถ่ายในที่แสงน้อยได้ และถ่ายของเล่น โมเดลได้สนุกด้วยการโคลสโฟกัสใกล้ถึง 18ซม. นั่นเอง

ภาพตัวเลนส์

ด้านหน้า จะมีตัวเลขทางยาวโฟกัส 35mm และรูรับแสง F1.6 ระบุไว้ ขีดตรงกลางเป็นจุดมาร์คว่าเราหมุนโฟกัสและรูรับแสงไว้ตรงไหน
(อย่างในภาพเราใช้โฟกัส Infinity และรูรับแสง F/4)

ด้านบนของเลนส์จะเป็นแหวนปรับระยะโฟกัส 18ซม. – อินฟินิตี้
ด้านล่างเป็นแหวนปรับรูรับแสง F/1.6 – F/16

หมุนมาด้านหลัง ไม่มีตัวอักษรใดๆ

เมื่อหมุนโฟกัสมาที่ระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 18ซม. เลนส์จะยืดออกมาเท่านี้

ด้านหน้าเลนส์ไม่มีตัวอักษรใดๆ ชิ้นเลนส์อยู่ลึกเข้าไปจากหน้าเลนส์ ทำให้ปลอดภัยจากฝุ่นและการขูดขีดพอสมควร

มองเข้าไปด้านในจะเห็นม่านปรับรูรับแสง 12 เบลด ที่ให้รูรับแสงค่อนข้างกลมในทุกช่วงรูรับแสง
แอบบอกตรงนี้เลยว่าเลนส์ตัวนี้แฉกไฟออกง่ายมาก 🙂

ท้ายเลนส์เป็นแบบเมาท์ตรง ไม่ใช่ C-mount ที่เป็นเกลียวแบบที่มีตามท้องตลาด

ข้อดีคือเมาท์ตรงจะมั่นคงกว่า และไม่ต้องกังวลว่าตัวอักษรที่เลนส์จะไม่อยู่ด้านบนเวลาต่อกับกล้อง ตัวนี้สเกลอยู่ด้านบนแน่นอน (เลนส์ C-mount ด้วยความที่ท้ายเลนส์เป็นเกลียวทำให้มีโอกาสที่สเกลบนเลนส์จะเอียงไปทางอื่น ไม่อยู่ด้านบน) และเมาท์ตรงยังแข็งแรงกว่าด้วย

เน้นไว้เรื่องเดียว ตอนซื้อเลือกให้ถูกว่าใช้กับกล้องอะไร…ไม่งั้นยุ่งแน่เพราะมันแปลงไปมาไม่ได้

การใช้งานจริง

สำหรับเลนส์ APS-C 35mm F/1.6 ในรีวิวนี้ผมได้จับคู่กับกล้อง Sony a6000 โดยเน้นไปที่ภาพจบหลังกล้อง ตั้ง Creatrive style ที่ Standard sharp0 contrast0 saturation0

เรียกว่ามาจืดๆ แบบไม่ปรับอะไรเลย บนคอมมีแค่การปรับแสงให้พอดีในภาพที่มืดหรือสว่างเกินเท่านั้นเอง เพื่อให้แสดงคาแรคเตอร์ของตัวเลนส์อย่างตรงไปตรงมา

เริ่มจากภาพคนก่อนละกัน 😀

ตามความคาดหวังของเราคือ อยากได้เลนส์ถ่ายคนละลายหลังที่ไม่ต้องถอยมาก ซึ่งเลนส์ตัวนี้สอบผ่านเรียบร้อยตั้งแต่แรกครับ

ละลายหลังได้ดีแม้ถ่ายเกือบๆ เต็มตัว

แต่ขอเตือนไว้หน่อยว่าเลนส์ตัวนี้เจอแสงแรงๆ แฟลร์มาแน่นอน(แสงเหลืองๆ ด้านบนของภาพ)

ซึ่งเราสามารถใส่ฮูดบังแสงเพื่อช่วยบังแสงจากขอบๆ ภาพได้ หรือเปลี่ยนมุมหลบแฟลร์ครับ

ถ่ายคนเสร็จแล้ว เราไปเดินเที่ยวกันบ้าง

สำหรับกล้อง APS-C อย่าง Sony Fujifilm และ Canon EOS M นั้น การถ่ายวิวด้วยเลนส์ 35mm (เทียบเท่า 52mm บนกล้อง Full Frame) อาจดูแคบไปนิดในหลายๆ ครั้ง โดยเฉพาะคนที่ชินกับเลนส์คิตที่ซูมเข้าออกได้กว้างกว่านี้

แต่ถ้าคุ้นเคยกับมันในระดับหนึ่ง ผมว่ามันก็เป็นเลนส์ถ่ายวิวที่พอไหว…ถ้าไม่มีตัวอื่นให้ใช้หรือเปลี่ยนเลนส์ไม่ทัน

แต่ถ้าเป็นกล้อง M4/3 อย่าง Olympus และ Panasonic ผมคิดว่า 35mm (เทียบเท่า 70mm บนกล้อง Full Frame) แคบเกินไปสำหรับถ่ายวิวทั่วๆ ไป วิวที่ถ่ายได้จะมีจำกัดไปหน่อย

สำหรับ M4/3 ผมแนะนำให้พกเลนส์ที่กว้างไปนี้ไปใช้คู่กับ 35mm นะครับ

F/2.8 speedshutter 1/50 ISO 800

แสงในอาคารไม่ใช่ปัญหา เพราะเราเปิด F ต่ำได้ อย่างในภาพนี้ใช้ F/2.8 เพื่อให้ภาพสว่างขึ้นโดยที่ไม่ต้องดัน ISO สูง

พอเป็นช่วงกลางคืน เลนส์ฟิกส์ที่รูรับแสงต่ำได้เปรียบจริงๆ เพราะเราไม่ต้องดัน ISO สูงมากๆ ให้มี Noise ในภาพนี้ผมเปิด F/2.8

จุดที่ผมงงมากคือ… ทำไมเลนส์ตัวนี้มีแฉกไฟตั้งแต่ F/2.8 ก็ไม่รู้
ปกติแล้วเลนส์จะเริ่มมีแฉกไฟตั้งแต่ F/5.6 (ส่วนใหญ่จะใช้ได้จริงที่ F/8) แต่เลนส์ตัวนี้เปิด F/2.8 แฉกก็มา…ก็ดีเหมือนกัน 😀

ทีนี้เรามาเดินสตรีทกัน เดินถ่ายอะไรไปเรื่อยๆ

สำหรับกล้อง Sony Fujifilm และ Canon EOS-M ผมว่าเลนส์ 35mm นี่เดินสตรีทกำลังสนุกเลย ด้วยระยะที่มันพอดีๆ กับการเล่าเรื่องตรงหน้าได้ไม่ยากนัก

เห็นอะไรตรงหน้า ยกถ่ายได้เลย
แรกๆ คนที่ไม่คุ้นกับเลนส์ฟิกส์อาจรู้สึกแคบไปหน่อย แต่พอชินแล้วมันก็โอเค

แต่ถ้าใช้ไปนานๆ แล้วยังไม่โอเค คุณอาจเหมาะกับ 25mm มากกว่า

ส่วนฝั่ง Olympus และ Panasonic ความเห็นเหมือนตอนถ่ายวิวครับ คือผมรู้สึกว่า 35mm มันแคบไปนิดสำหรับการเดินสตรีท บางทีเลนส์ 25mm อาจสนุกกว่าสำหรับสตรีท

ซึ่งตรงนี้แล้วแต่คนชอบครับ ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง

ตัวเลนส์แสดงสีสันออกมาครบถ้วน แต่บางทีผมก็อยากปรับเป็นโหมด Vivid หรือ Landscape จัง

ถ้าไม่ติดว่ารีวิวจะใช้สี Standard นี่ผมแอบใช้ Landscape ตั้งแต่เข้าศาลเจ้าแล้ว 😆

สุดท้ายที่อยากให้ดู คือการโคลสอัพของเลนส์ตัวนี้

เลนส์ตัวนี้คือระยะ 35mm ที่จ่อได้ใกล้สุดที่ 18ซม. ให้กำลังขยายสูงสุดถึง 1 : 2.8 ซึ่งพึ่งพาได้ระดับหนึ่งสำหรับนักโคลสอัพทั่วๆ ไป ไม่ใช่สายมาโครเต็มขั้น

เอาความรู้สึกของผมนะ ผมสนุกกับเลนส์ตัวนี้ครับ 😀

ระยะ 35mm นั้นเราแทบจะถ่ายได้ทุกอย่างที่อยู่ใกล้เราประมาณ 2เมตรลงมา
ซึ่งถ้ายืนตรงนี้ยังใกล้ไม่พอ คุณจ่อได้อีกจนถึง 18ซม.

ลูกสนเม็ดใหญ่สุดด้านขวานั่นใหญ่ 1ซม. กว่าๆ เอง

นี่ก็พอๆ กัน ดอกนี้ 1ซม. หน่อยๆ
คมพอที่จะเก็บแมลงบนดอกมาด้วย

เผื่อใครไม่รู้ ระยะการโคลสอัพ 18ซม. วัดจากวัตถุที่โฟกัส ถึงเซ็นเซอร์รับภาพนะครับ
ไม่ได้วัดจากหน้าเลนส์นะ…อย่าจ่อจนเลนส์ไปจิ้มอะไรเข้าล่ะ

ดอกนี้เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3ซม. เลนส์เก็บรายละเอียดได้ดี

จะเห็นว่าถ่ายอะไรเล็กๆ นี่กำลังสนุกครับ

แต่ถ้าถ่ายอะไรที่ใหญ่หน่อยอย่างอาหาร ผมว่า 35mm แคบไปหน่อย บางจานต้องยืดตัวเพื่อถ่าย
นี่ขนาดรีวิวด้วยกล้อง Sony (APS-C) นะ ถ้าใช้ M4/3 น่าจะต้องลุกมาถ่าย

แต่ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องที่อาจแคบไป ผมว่าเลนส์ก็เก็บรายละเอียดได้ดี

การโคลสอัพของเลนส์ตัวนี้ ผ่านเกณฑ์แบบไม่อยากวางเลยล่ะครับ 😉

สรุปการใช้งาน

สำหรับเลนส์มือหมุน APS-C 35mm F/1.6 แบบเมาท์ตรงไม่ต้องแปลงตัวนี้ สอบผ่านสบายๆ ในฐานะเลนส์ที่ใช้ถ่ายคน เดินสตรีทและถ่ายโคลสอัพ ด้วยระยะ 35mm กับรูรับแสง F/1.6 ที่ละลายหลังฉากหลังได้เป็นที่น่าพอใจ กับการโฟกัสที่จ่อได้ใกล้ถึง 18ซม. ทำให้ถ่ายโคลสอัพได้ค่อนข้างสนุก

ข้อดี

  • ท้ายเลนส์เป็นเมาท์เดียวกับกล้อง ไม่ต้องแปลง
  • ถ่ายคนครึ่งตัวละลายหลังได้น่าพอใจ ในระยะที่ไม่ต้องถอยเยอะมากนัก
  • โฟกัสใกล้สุดที่ 18ซม. ถ่ายจ่อๆ กำลังสนุก

ข้อเสีย

  • เกิดแฟร์ได้ง่ายหากเจอแสงเข้ากล้องแรงๆ

ข้อสังเกต

  • แหวนโฟกัสค่อนข้างลื่น อาจเผลอไปเขี่ยโดนแล้วหลุดโฟกัสได้ในบางครั้ง
  • ระยะ 35mm อึดอัดไปนิดสำหรับการถ่ายวิว
  • ในพื้นที่จำกัด ระยะ 35mm อาจแคบเกินไปในบางโอกาส

เลนส์ตัวนี้เหมาะกับใคร?

สำหรับคนใช้กล้องเซ็นเซอร์รับภาพขนาด APS-C อย่าง Sony Fujifilm และ Canon EOS M เลนส์ 35mm ตัวนี้เหมาะกับการเดินถ่ายสตรีท ถ่ายคนครึ่งตัวแบบไม่ต้องถอยมาก(เต็มตัวก็ยังไหว) และถ่ายจ่อแบบโคลสอัพได้สบายๆ ส่วนถ่ายวิวดูจะแคบไปหน่อยในหลายๆ โอกาส

ส่วนฝั่งเซ็นเซอร์รับภาพขนาด M4/3 อย่าง Olympus และ Panasonic นั้น เลนส์ 35mm จะเน้นไปทางถ่ายคน และถ่ายจ่อๆ โคลสอัพมากกว่า และระยะที่คูณได้ 70mm เมื่อเทียบกับ FF นั้นจะเริ่มถ่ายแคนดิตได้ด้วย ถ้าชอบแนวนี้ก็น่าสนใจ
แต่การถ่ายวิวนี่…ผมว่าเลนส์อื่นอย่างเช่นเลนส์คิตจะง่ายกว่า

สำคัญที่สุดคือ คนที่ไม่อยากใช้เลนส์ C-mount อยากได้เลนส์ที่ง่ายกว่านั้น เลนส์เมาท์ตรงตัวนี้เป็นตัวเลือกที่ดีมากครับ 😉

มุมโฆษณา

หากใครอ่านรีวิวนี้จบแล้วอยากได้เลนส์ตัวนี้ คุณสามารถซื้อได้ทันทีตามลิงค์นี้ —> เลนส์มือหมุน APS-C 35mm F1.6 แบบเมาท์ตรง ไม่ต้องแปลง

ซื้อเลนส์ตัวนี้บนร้าน shopee –> เลนส์มือหมุน APS-C 35mm F/1.6

หรือหากไม่ถนัดทำรายการผ่านหน้าเว็บไซต์ สามารถติดต่อได้ผ่านทาง Facebook หรือ LINE ได้ทันทีครับ

ภาพแถม